ads by google

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Data แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Data แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

DSL คืออะไร

DSL คืออะไร


               DSL ย่อมาจาก Digital Subscriber Line คือเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงผ่านสายโทรศัพท์ โดยการสื่อสารนี้จะใช้ย่านความถี่ที่ไม่มีการใช้งานในระบบโทรศัพท์ ซึ่งทำให้เราสามารถเล่น Internet พร้อมกับพูดคุยโทรศัพท์ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ระบบ DSL เป็นระบบที่ Online 24 ชั่วโมง ซึ่งเราไม่จำเป็นต้อง Dial-up เหมือนกับโมเด็มทั่ว ๆ ไป เป็นระบบที่มีคุณสมบัติในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

    เทคโนโลยี DSL มีหลายเทคโนโลยี 
    ADSL (Asymmetric Digital Subscriber Line) 
    HDSL (High-bit-rate Digital Subscriber Line) 
    RADSL (Rate Adaptive Asymmetric Digital Subscriber Line) 
    SDSL (Symmetric Digital Subscriber Line) 
    VDSL (Very high-bit-rate Digital Subscriber Line) 

    หน้าที่ของ  DSL
                ระบบโทรศัพท์แบบดั้งเดิมติดต่อกับที่อยู่อาศัยหรือธุรกิจขนาด เล็ก ด้วยสายโทรศัพท์ที่เรียกว่า Twisted pair โดยระบบโทรศัพท์แบบนี้เป็นการสับและส่งสัญญาณแบบอะนาล็อก อุปกรณ์นำเข้าสัญญาณจะแปลงเสียงเป็นกระแสไฟฟ้าด้วย amplitude และความถี่เพื่อส่งไปยังปลายทาง ในการรับสัญญาณจะแปลงสัญญาณแบบอะนาล็อก ให้เป็นเสียง ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์มี modem ในการแปลงสัญญาณ อะนาล็อก ให้เป็นค่า 0 และ 1 จึงเรียกว่า ระบบดิจิตอล
               จากการส่งสัญญาณอะนาล็อก โดยผ่านสายทองแดงแบบ Twisted pair สามารถใช้กับโมเด็มขนาด 56 Kbps ทำให้ ความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ถูกจำกัด ด้วยระบบสายโทรศัพท์ดังกล่าว
               Digital Subscriber Line (DSL) เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ ข้อมูลไม่ต้องเปลี่ยนเป็นสัญญาณอะนาล็อก โดยให้ข้อมูลแบบดิจิตอลแล้วส่งผ่านไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง และยินยอมให้ส่งไปยังผู้ใช้สามารถใช้  ขนาด bandwidth ที่กว้าง ในขณะที่มีการแบ่ง bandwidth บางส่วนสำหรับการส่งสัญญาณ อะนาล็อก เพื่อที่จะทำให้สามารถใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ในสายเดียวกัน

               ADSL คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่นำมาใช้งานอินเตอร์เน็ตตามบ้าน และองค์กรขนาดย่อม ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งานมากที่สุด เนื่องมาจากคุณภาพและราคาที่ค่อนข้างเหมาะสมกับความต้องการ อีกทั้งการเชื่อมต่อแบบ DSL ไม่มีจุดอ่อนต่อการถูกดักจับ Packet เหมือนกับการใช้งานเคเบิลโมเด็ม
     
ตัวอย่างการประยุกต์เทคโนโลยี DSL ไปใช้งาน
1.Broadcast Audio & TV
ดูรายการถ่ายทอดสดผ่าน TV, คอมพิวเตอร์
2.Distance Learning
การเรียนการสอนผ่านอินเตอร์เน็ต แบบ Interactive
3.Interactive Network
เล่นเกมส์ online
4.Online Shopping
Shopping แบบ online
5.VDO Conference
การประชุมทางไกล การอบรมทางไกล
6.Video & Music on Demand
ดูหนัง ฟังเพลงแบบ online สามารถเลือกได้ตามใจคุณ
7.VPN : Virtual Private Network  
การรับส่ง ติดต่อข้อมูลระหว่างสาขา


ข้อมูลอ้างอิง
http://www.com5dow.com
http://www.yt.ac.th
http://www.thaiall.com
http://www.tteen.net

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประเภทของคอมพิวเตอร์

          คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทั่ว ไปในปัจจุบันนี้ จะพบว่ามีหลายประเภทหลายแบบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ แต่ถ้าต้องการแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์ตามการสร้างแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
  • ดิจิตอล (Digital Computer)
  • อนาลอก (Analog Computer)
  • ผสม (Hybrid Computer)
          สำหรับ การแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์นั้น มักจะดูจากลักษณะการทำงานมาเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ซึ่งอาจจะดูจากประเภทของข้อมูลที่รับเข้ามาประมวลผลว่าเป็นข้อมูลชนิดใด นอกจากนั้นยังดูถึงการเก็บข้อมูล การแสดงข้อมูล และการนำไปประยุกต์ใช้งานอีกด้วย สำหรับการทำงานและข้อแตกต่างของคอมพิวเตอร์ทั้ง 3 ประเภท มีดังนี้
  1. คอมพิวเตอร์ชนิดดิจิตอล (Digital computer) คอมพิวเตอร์ ชนิดดิจิตอลเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการคำนวณโดยการนับจำนวนโดยตรง ข้อมูลที่นับได้จะเก็บเป็นรหัสตัวเลขฐาน 2 คือ มีเลข 0 กับเลข 1 การประมวลผลจะทำงานต่อเนื่องกันไป และมีการเก็บข้อมูลไว้ให้อย่างถูกต้องแม่นยำ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับงานที่นำไปใช้ด้วย เช่น ใช้ในการจองสายการบิน การควบคุมการยิงขีปนาวุธ การพยากรณ์สภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
  2. คอมพิวเตอร์ชนิดอนาลอก (Analog Computer) คอมพิวเตอร์ ชนิดอนาลอกเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานโดยการรับข้อมูลแบบวัดจำนวนที่ต่อ เนื่องกัน ซึ่งจะนำข้อมูลที่วัดได้มาแปลงเป็นค่าตัวเลข เช่น การวัดอุณหภูมิของอากาศ การวัดแรงดันไฟฟ้า การวัดความดังของเสียงเครื่องยนต์ การวัดปริมาณอากาศที่เป็นพิษ เป็นต้น ซึ่งผลจากการวัดที่ได้จะมีความละเอียดค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับงานทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และทางด้านคณิตศาสตร์ เนื่องจากงานเหล่านี้จะต้องใช้ค่าตัวเลขที่ละเอียด มีจุดทศนิยมหลายตำแหน่ง
  3. คอมพิวเตอร์แบบผสม (Hybrid Computer) คอมพิวเตอร์ แบบผสม เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำลักษณะการทำงานแบบดิจิตอลและแบบอนาลอกมาผสมกัน ลักษณะการทำงานของคอมพิวเตอร์แบบนี้จะมีการรับข้อมูลเข้าเครื่องหรือมีการ แสดงผลข้อมูลออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นคอมพิวเตอร์แบบนี้ยังมีความสามารถในด้านการคำนวณที่ถูกต้องแม่นยำ และสามารถทำงานตามโปรแกรมที่ซับซ้อนได้ สำหรับงาน ที่จะใช้คอมพิวเตอร์แบบผสม หรือไฮบริดนั้น มักจะเป็นงานเฉพาะด้าน เช่น งานทางด้านวิทยาศาสตร์ การฝึกนักบิน ใช้ในการควบคุมการทำงานด้านอุตสาหกรรม หรืออาจจะใช้ในวงการแพทย์ เป็นต้น
 

ลักษณะสารสนเทศที่ดี


ลักษณะสารสนเทศที่ดี



เนื้อหา (Content)
  1. ความสมบูรณ์ครอบคลุม (completeness)
  2. ความสัมพันธ์กับเรื่อง (relevance)
  3. ความถูกต้อง (accuracy)
  4. ความเชื่อถือได้ (reliability)
  5. การตรวจสอบได้ (verifiability)
รูปแบบ (Format)
  1. ชัดเจน (clarity)
  2. ระดับรายละเอียด (level of detail)
  3. รูปแบบการนำเสนอ (presentation)
  4. สื่อการนำเสนอ (media)
  5. ความยืดหยุ่น (flexibility)
  6. ประหยัด (economy) เวลา (Time)
  7. ความรวดเร็วและทันใช้ (timely)
  8. การปรับปรุงให้ทันสมัย (up-to-date)
  9. มีระยะเวลา (time period)
กระบวนการ (Process)
  1. ความสามารถในการเข้าถึง (accessibility)
  2. การมีส่วนร่วม (participation)
  3. การเชื่อมโยง (connectivity)

ความหมายของข้อมูล

          ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรือข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล ยังไม่มีความหมายในการนำไปใช้งาน ข้อมูลอาจเป็นตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว

ความหมายของข้อมูลและสารสนเทศ

          ระบบสารสนเทศสร้างขึ้นมาเพื่อจุดมุ่งหมายหลายประการ จุดมุ่งหมายพื้นฐานประการหนึ่ง คือ การประมวลข้อมูล (Data) ให้เป็นสารสนเทศ (Information) และนำไปสู่ความรู้ (Knowledge) ที่ช่วยแก้ปัญหาในการดำเนินงาน

บล็อกที่เกี่ยวข้อง